katsuooshiroのブログ

タイー日の翻訳を趣味としております。

参考(さんこう):(人(ひと)づてにもらったのですが、 出典(しゅってん)・URLが不明(ふめい)です。) อ้างอิง (ได้รับข้อมูลจากผู้อื่น จาก URLไม่ทราบ)


以下(いか)の文章(ぶんしょう)に出(で)てくる斉藤宗次郎(さいとうそうじろう)とは、宮沢賢治作(みやざわけんじさく)の『雨(あめ)にも負(ま)けず風(かぜ)にも負(ま)けず』の実際(じっさい)のモデルとなった人(ひと)です。 
คนชื่อโซะจิโระ ซะอิโต้ ที่เล่าอยู่ในประโยคดังต่อไปนี้ เป็นคนที่มีลักษณะแบบเดียวกันกับกลอน “ ไม่อ่อนแอกับฝน ไม่อ่อนแอกับลม ” ของนักเขียน เคนจิ มิยะซะวะ 


斉藤宗次郎(さいとうそうじろう)は、岩手県(いわてけん)の花巻(はなまき)に 1887年(ねん)に禅宗(ぜんしゅう)の寺(てら)の三男(さんなん)として生(う)まれました。 
โซะจิโระ ซะอิโต้เกิดในปีค.ศ.1887ที่จังหวัดอิวะแตะ เมืองฮะนะมะคิ เป็นลูกชายคนที่3 ในบ้านที่เป็นวัดนิกายเซน 


彼(かれ)は、小学校(しょうがっこう)の教師(きょうし)になりますが、 内村鑑三(うちむらかんぞう)の影響(えいきょう)を受(う)けて聖書(せいしょ)を 読(よ)むようになり、洗礼(せんれい)を受(う)けてクリスチャンになりました。 
เขาได้เป็นอาจารย์โรงเรียนประถม และได้สนิทสนมกับนายเคนโซะ อูจิมูละ ซึ่งนับถือศาสนาคริสต์ เขาก็เลยอยากอ่านพระคัมภีร์ไบเบิล และได้ไปรับศีลล้างบาปกลายเป็น ชาวคริสเตียน 


しかし、それからが大(おお)きな戦(たたか)いのはじまりでした。 
หลังจากนั้น เริ่มมีอุปสรรคในการดำเนินชีวิต 


当時(とうじ)は、キリスト教(きょう)は、「ヤソ教(きょう)」「国賊(こくぞく)」と呼(よ)ばれていました。 
ในสมัยนั้น ศาสนาคริสต์ถูกเรียกโดยคนญี่ปุ่นว่า “ ศาสนายะโซะ ” “ คนทรยศกบฏต่อชาติ ” 


彼(かれ)は洗礼(せんれい)を受(う)けた時(とき)から迫害(はくがい)を受(う)けるようになり、石(いし)を投(な)げられ、親(おや)にも勘当(かんどう)され、小学校(しょうがっこう)の教師(きょうし)を辞(や)めさせられてしまいました。 
เขาถูกกลั่นแกล้งตั้งแต่ไปรับศีลล้างบาป มีคนปาหิน ถูกพ่อแม่ผลักไส และถูกไล่ออกจากโรงเรียน 


それだけではありません。迫害(はくがい)の手(て)は、家族(かぞく)にまで及(およ)んできました。 ไม่ใช่เพียงแค่นั้น ครอบครัวก็ถูกกลั่นแกล้ง 近所(きんじょ)で火事(かじ)が起(お)きたとき、全然(ぜんぜん)、関係(かんけい)がないのに、嫌(いや)がらせで、 放水(ほうすい)され、家(いえ)を壊(こわ)されたことがありました。 
เคยมีเรื่องหนึ่งว่าเมื่อเกิดไฟไหม้ใกล้บ้าน คุณโซะจิโระ ไม่เกี่ยวกับไฟไหม้อะไรเลย แต่ ถูกฉีดนํ้าอย่างแรงโดยการกลั่นแกล้ง บ้านจึงพัง 


何度(なんど)もガラスを割(わ)られることもありました。 
และบ่อยครั้งที่ถูกปาก้อนหินใส่กระจก


そして、さらにひどい迫害(はくがい)が起(お)こりました。 
และเกิดการกลั่นแกล้งที่ยิ่งแย่กว่านั้นขึ้นมา 


9歳(さい)になる長女(ちょうじょ)の愛子(あいこ)ちゃんが「ヤソの子供(こども)」と言(い)われてお腹を蹴(け)られ、腹膜炎(ふくまくえん)を起(お)こして亡(な)くなってしまったのです。 
ลูกสาวคนโตชื่อเจ้าหนูไอโกะอายุ9ขวบ ถูกพูดร้ายว่า “ เด็กยะโซะ ” และถูกเตะท้อง จึงเป็นโรคเยื่อกระเพาะอักเสบ จนเสียชีวิตไป 


亡(な)くなる時(とき)、愛子(あいこ)ちゃんは、讃美歌(さんびか)を歌(うた)って欲(ほ)しいと言(い)い、讃美歌(さんびか)を歌(うた)うと、「神(かみ)は愛(あい)なり」と書(か)いて天(てん)に召(め)されたそうです。 
ขณะที่กำลังจะลาโลก เจ้าหนูไอโกะบอกว่าขอให้ขับเพลงสวดของศาสนาคริสต์ ได้ยินว่าพ่อขับเพลงให้ เจ้าหนูไอโกะได้เขียนว่า“ พระเจ้าคือความรัก ”และจากไป 


宗次郎(そうじろう)はそのような苦(くる)しみの中(なか)で、神様(かみさま)に祈(いの)りました。 
โซะจิโระสวดภาวนาถึงพระเจ้าอยู่ในสถานการณ์ทุกข์ทรมานอย่างนั้น 


そして、彼(かれ)は「御心(おこころ)がなりますように」とくじけることなく神様(かみさま)を信(しん)じ、 神様(かみさま)に従(したが)い続(つづ)けたのです。 
และเขานับถือพระเจ้าโดยไม่ท้อแท้ใจว่า “ขอให้ความคิดของพระเจ้ากลายเป็นความจริง ” และกระทำตามคำของพระเจ้าเรื่อยไป 


普通(ふつう)なら、迫害(はくがい)のない違(ちが)う土地(とち)へ移(うつ)るところですが、宗次郎(そうじろう)は、むしろ、その土地(とち)の人々(ひとびと)に神様(かみさま)の愛(あい)を持(も)って仕(つか)えることを選びました。 
ถ้าเป็นปกติ ควรจะย้ายที่อื่นที่ไม่ได้รับการกลั่นแกล้ง แต่โซะจิโระกลับเลือกใคร่รับใช้ชาวคนพื้นบ้านด้วยถือความรักของพระเจ้า 


牛乳配達(ぎゅうにゅうはいたつ)と新聞配達(しんぶんはいたつ)のため一日40キロの配達(はいたつ)の道(みち)のりを走(はし)りながら迫害(はくがい)する人々(ひとびと)にキリストを宣(の)べ伝(つた)えました。 
เขาวิ่งไปตามทางทั้ง40กิโลเมตรต่อวันเพื่อส่งหนังสือพิมพ์และนม พร้อมเล่าถ่ายทอดพระเยซูให้ผู้คนที่กลั่นแกล้งฟัง


10メートル走(はし)っては神様(かみさま)に祈(いの)り、10メートル歩(ある)いては神様(かみさま)に感謝(かんしゃ)をささげた話(はな)しはあまりにも 有名(ゆうめい)です。 เป็นเรื่องที่เล่าลือต่อๆกันมาว่า เขาวิ่งไป10เมตรแล้วหยุดอธิษฐานถึงพระเจ้า และเดินไปอีก10เมตรแล้วหยุดและประทานพรพระเจ้า เป็นเรื่องที่มีชื่อเสียงมาก 


そして、子供(こども)に会(あ)うとアメ玉(たま)をやり、仕事(しごと)の合間(あいま)には病気(びょうき)の人(ひと)のお見舞(みま)いをし、励(はげ)まし、祈(いの)り続(つづ)けました。 
และเมื่อพบกับเด็กๆ เขาจะให้ลูกอม และช่วงเวลาที่หยุดพักในการทำงานเขาะไปเยี่ยมคนป่วยเพื่อให้กำลังใจ และอธิษฐานไปเรื่อยๆ 


彼(かれ)は雨(あめ)の日(ひ)も、風(かぜ)の日(ひ)も、雪(ゆき)の日(ひ)も休(やす)むことなく町(まち)の 人達(ひとたち)のために祈(いの)り、働(はたら)き続(つづ)けました。 
ไม่ว่าจะมีในวันที่ลมพัดแรงหรือวันที่ฝนตก เขาก็อธิษฐานและทำงานสำหรับคนในเมืองอย่างต่อเนื่อง


彼(かれ)は「でくのぼう」と言(い)われながらも最後(さいご)まで愛(あい)を貫(つらぬ)き通(とお)したのです。 
ทั้งๆ ที่เขาถูกเรียกว่าคนไม่มีประโยชน์ แต่ด้วยความรักในพระเจ้าเขาก็ไม่ล้มความตั้งใจ 


そして、1926年(ねん)に彼(かれ)は内村鑑三(うちむらかんぞう)に招(まね)かれて、花巻(はなまき)を去(さ)って東京(とうきょう)に引(ひ)っ越(こ)すことになりました。 
วันต่อมา ตกลงกันว่าเขาต้องจากไปฮะนะมะคิย้ายไปที่โตเกียว ด้วยคำเชิญชวนของเคนโซะ อุจิมูละ 


花巻(はなまき)の地(ち)を離(はな)れる日(ひ)、誰(だれ)も見送(みおく)りには来(き)てくれないだろうと思(おも)って駅(えき)に行くと、 
ในวันที่ลาจากเมืองฮะนะมะคิ คิดอยู่ว่าอาจจะไม่มีใครมาส่ง แต่พอไปถึงสถานีรถไฟ 


そこには、町長(ちょうちょう)をはじめ、町(まち)の有力者(ゆうりょくしゃ)、
学校(がっこう)の教師(きょうし)、 生徒(せいと)、神主(かんぬし)、僧侶(そうりょ)、
一般人(いっぱんじん)や物乞(ものご)いにいたるまで、身動(みうご)きがとれないほど集(あつ)まり、 
ปรากฏว่ามีคนชุมนุมกันอย่างมากตั้งแต่ระดับ เทศมนตรี อาจารย์โรงเรียน นักเรียน เจ้าอาวาสของวัดชินโต พระสงค์ คนทั่วไปและจนถึงคนขอทาน บรรยากาศตอนนั้นมีคนแน่นมากขนาดไม่สามารถขยับตัวได้ 
駅長(えきちょう)は、停車時間(ていしゃじかん)を延長(えんちょう)し、汽車(きしゃ)がプラットホームを離(はな)れるまで徐行(じょこう)させるという配慮(はいりょ)をしたというのです。 
ได้ยินว่านายสถานีจัดยื่นเวลาหยุดรถไฟให้รถไฟชะลอความเร็วจนกว่าจะพ้นจากชานชาลา 


実(じつ)はその群衆(ぐんしゅう)の中(なか)に若(わか)き日(ひ)の宮沢賢治(みやざわけんじ)もいたのです。 
ที่จริงแล้วในฝูงชนนั้น มีนักเขียนชื่อเคนจิ มิยะซะวะ ตอนที่ยังเป็นหนุ่มซึ่งเป็นผู้ที่เขียนบทกลอน“ ไม่อ่อนแอกับฝน ไม่อ่อนแอกับลม ”มายืนส่งอยู่ 


それは、彼(かれ)が「御心(みこころ)がなりますように」と祈(いの)り、神様(かみさま)の御心(みこころ)に従(したが)った強(つよ)い信仰(しんこう)と、どこまでも人々(ひとびと)を愛(あい)し続(つづ)けた愛(あい)の業(ぎょう)がそうさせたのだと思(おも)います。 การที่มีคนมาชุมนุมกัน คงเพราะการทำงานด้วยความรักที่โซะจิโระอธิษฐานว่า “ขอให้ความคิดของพระเจ้ากลายเป็นจริง ” และยึดมั่นอย่างแรงตามความคิดของพระเจ้าและรักคนอื่นๆอยู่เสมอไม่มีสิ้นสุดจึงทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ 


この人こそ、東(ひがし)に病気(びょうき)の子供(こども)あれば行(い)って看病(かんびょう)してやり、西(にし)に疲(つか)れた母(はは)あれば、行(い)ってその稲束(いねたば)を負(お)いという宮沢賢治(みやざわけんじ)の詩(し)にあるようなことを普通(ふつう)にやっていた人(ひと)でした。 คนนี้แหละ เป็นคนที่กระทำตามอย่างในกลอนของเคนจิ มิยะซะวะ ดังความว่า ทางทิศตะวันออก ถ้ามีเด็กป่วย ก็จะไปดูแลให้ ทางทิศตะวันตก ถ้ามีแม่ที่เหน็ดเหนื่อย ก็จะไปแบกต้นข้าวนั้นให้ อย่างเป็นเรื่องธรรมดา 


そういう宗次郎(そうじろう)の生活(せいかつ)ぶりを見(み)ていた、 宮沢賢治(みやざわけんじ)が、「こういう人(ひと)になりたかった」という思(おも)いを込(こ)めて、「雨ニモマケズ」という詩(し)を書(か)いたのではと言(い)われています。 
เล่ากันมาว่าเคนจิ มิยะซะวะอาจจะได้เห็นการใช้ชีวิตของโซะจิโระอย่างนั้น จึงเขียน กลอน“ ไม่อ่อนแอกับฝน ไม่อ่อนแอกับลม ”ด้วยความรู้สึกสำนึกว่าฉันอยากจะเป็นคนอย่างนี้